ขั้นตอนต่างๆในการผลิต

เลือกเส้นกกที่มีขนาดเท่ากัน นำเส้นกกไปชุบน้ำให้นิ่ม มาทำเป็นชั่ง (เส้นยืน) จำนวน 4 ชั่ง ๆละ 8 เส้น แล้วนำมาก่อเป็นฐาน เอาเส้นสาน จำนวน 1 – 2 เส้นมาสาน ครบ 3 รอบ แล้วแยกชั่ง ออกเป็น 4 เส้น ครั้งที่ 1 สานต่อไปอีกประมาณ 10 รอบ แยกชั่งครั้งที่ 2 ตอนสานต้องชุบน้ำตลอด อย่าให้เส้นกกแห้ง ต้องพรมน้ำตลอด สานไปอีกประมาณ ถ้าเอาขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางมากกว่า 20 ซม. ต้องเสริมชั่ง ถ้าเอาขนาด 30 ซม. เมื่อถึง 25 ซม.แล้วพับปาก สานต่อไปอีก 5 ซม. แล้วสอดรอบสุดท้ายครบรอบแล้วถึงสั้นที่เราพับดึงลงให้เสมอกัน ใช้มีดตัดส่วนที่เหลือถ้าอยากให้แบนเรียบสม่ำเสมอใช้ค้นทุบ

ขั้นตอนและการปฏิบัติงาน

1. คัดเลือกต้นกกที่สมบูรณ์  อายุ 4 – 5  เดือน

2. ตัดต้นกกที่คัดเลือกแล้วนำไปตากแดด ให้แห้ง  ประมาณ 5 – 7  วัน 

3. เตรียมแบบพิมพ์ส่วนหัวหมวก  โดยคัดเลือกจากลูกมะพร้าวแห้ง  ขนาดพอเหมาะสมกับขนาด

ของหมวกที่ต้องการ

4. เฉือนตัดแต่งลูกมะพร้าวให้ได้รูปทรงของส่วนหัวหมวก  ด้วยใบมีดที่คม  (ซึ่งต้องอาศัยความ

ชำนาญพอสมควร)

5. นำต้นกกมาฉีกโดยใช้เข็มแต่งให้ได้ขนาดเท่ากัน  แล้วนำไปแช่น้ำให้อ่อนก่อนที่จะสาน

6. เริ่มลายสานหมวกโดยใช้ต้นกกเป็นแกนหลัก  จำนวน  4  ต้น  (เริ่มต้นสานส่วนหัวของหมวก)

แล้วสานขึ้นเป็นรูปวงกลม  โดยใช้ลายสานไขว้ไปไขว้มา  และเสริมหลักเข้าไปเรื่อย ๆ  จนได้แผ่นกลาง

ส่วนบนหมวกเป็นวงกลม  (รัศมีประมาณ  4  นิ้ว)

7. นำส่วนบนของหมวกที่ได้ไปวางกับแบบพิมพ์  แล้วใช้หมุดตอกยึดติดกับแบบพิมพ์  เพื่อที่จะสาน

ส่วนหัวหมวกตามลายที่ต้องการ  ซึ่งมีหลากหลายแบบ  โดยใช้ลายสานไขว้ไปไขว้มา  และเสริมหลักเข้าไป

เรื่อย ๆ  จนได้ขนาดความลึกของหมวกตามต้องการ  จึงถอดออกจากแบบพิมพ์

8. การสานปีกหมวก  หลังจากถอดออกจากแบบพิมพ์แล้ว  ทำการสานต่อไปจนได้ความกว้างของ

ปีกหมวกตามต้องการ

9. ทำการเก็บริมหมวกให้สวยงาม  คงทน  ไม่หลุดง่าย

หมายเหตุ   ถ้าต้องการลวดลายและสีของหมวก  ก็นำต้นกกไปย้อมสี  สานในส่วนที่ต้องการ

วัสดุและอุปกรณ์

1. ต้นกกตากแห้ง

2. สี  (ตามต้องการ)

3. เข็ม

4. เข็มถักเบอร์ 5

5. ขันน้ำพลาสติก

6. มีดคัตเตอร์

7. แปรงปัดฝุ่น

8. เศษผ้า

9. กรรไกร (ใช้ตัดแต่งต้นกกสำหรับแกนและตัดตอกสำหรับสานหมวก)

10. กรรไกรตัดเล็บ  (ใช้ตัดตอกที่รอยต่อของหมวกช่องแคบ ๆ)

11. ลูกมะพร้าวแห้ง  (ทำแบบ)

12. แลคเกอร์  (เคลือบหมวก)

13. ริบบิ้น  ช่อดอกไม้  (สำหรับตกแต่งหมวก)

ข้อควรระวัง

1. หมวกที่ได้ผลิตมาจากวัสดุเส้นใยธรรมชาติถ้าสัมผัสความชื้นอาจทำให้เกิดเชื้อรา  จึงควรเก็บ

ไว้ในที่แห้ง

2. การใช้แลคเกอร์เคลือบหมวกทำให้รูปทรงของหมวกสวยงาม   และป้องกันเชื้อราได้    ในแต่ละ

ขั้นตอนการปฏิบัติควรใช้ผ้าปิดจมูก  เพื่อป้องกันสารระเหยเข้าสู่ร่างกายซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้ติดสารระเหยได้

1. คัดเส้นกกให้มีขนาดเสมอกัน เพื่อให้ได้ชิ้นงานที่สวยงาม

2. การใช้ชั่งจำนวน 4 ชั่ง เพื่อให้จุดกึ่งกลางของถาดรองจานไม่นูนสูง ได้ขนาดที่สวยงาม

3. ระหว่างการสานให้พรมน้ำเส้นกกเสมอ เพื่อเวลาการทำชิ้นงาน เส้นกกไม่แตก หรือหัก และที่ สำคัญจะทำให้ชิ้นงานแน่นหนา แข็งแรง

4. ขั้นตอนการเก็บขอบ ให้แช่ชิ้นงานในน้ำก่อน จนกว่าน้ำจะซึมเข้าเส้นกก เพื่อเวลาดึกเส้นกก จะเหนียว ไม่ขาด และทำให้ได้ชิ้นงานที่แข็งแรง หลังจากนั้นจึงนำไปตากแดดให้แห้ง

วิธีการจักกก
1. จักกกด้วยมือซ้ายห่างจากโคนประมาณ 1 คืบ ดึงมาใกล้ตัว
2. แทงกกด้วยใบมีดปลายแหลม กะแบ่งให้ได้ขนาด ส่วนมากกกต้นหนึ่งๆ จักได้ประมาณ 3-4 เส้น
3. เหยียดมือขวากรีดไปจนสุดปลายกก หรือถ้าไม่สุดก็เหยียดมือซ้ายที่จับกกช่วยด้วยก็ได้
4. เมื่อจักกกได้รอบต้นกกแล้ว จะเหลือไส้ในสีขาวให้ทิ้ง
5. กกที่จักได้แล้วแบ่งเป็นกอง รวบปลายผูกด้วยเส้นกก

การตากกก
              เมื่อจักกกเรียบร้อยแล้วก็มาถึงขั้นตอนการตากแดดให้แห้ง จึงจะสามารถนำไปทอได้ การตากกกในลักษณะต่างๆกัน บางรายใช้กกตากเกลี่ยกระจายไปบนราวไม้ไผ่ในแนวนอนหรือบางรายตากตามสถานที่ๆเป็นลานกว้าง หรือที่ๆ มีความกว้างใหญ่พอที่จะเกลี่ยกกกับพื้นให้ถูกแดดได้อย่างทั่วถึง จะเกลี่ยกกให้กระจายทั่วๆ ให้ถูกแดดอย่างทั่วถึง ถ้าแดดแรง ตากประมาณ 4-5 วันก็ใช้ได้ ตากจนกกเปลี่ยนสีออกเหลือง แห้งสนิท เมื่อตากแดดแห้งดีแล้ว ก็นำมารวบรวมไว้ตามขนาดมัดเป็นกำๆ เก็บรวบรวมไว้ พร้อมที่จะนำไปย้อม

การย้อมสี
ก่อนย้อมสีกก ต้องนำกกที่ตากแห้งไปแช่น้ำประมาณ 1 วัน เพื่อให้อิ่มน้ำก่อนแล้วจึงนำไปย้อม
สีที่นำมาใช้ในการย้อมเสื่อนั้นเป็นสีวิทยาศาสตร์ ซึ่งชาวบ้านซื้อมาในราคากิโลกรัมละ 500 บาท

อุปกรณ์ในการย้อม
1. สีย้อมกก
2. น้ำเปล่า
3. ไม้พาย
4. กกที่ตากแห้งสนิทแล้ว นำมาแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 1 วัน
5. ปิ๊บเปล่า , กาลามัง
6. ฟืน
7. ราวไม้

ขั้นตอนในการย้อมสีกก
1. นำน้ำใส่ปิ๊บประมาณ 15 ลิตร ตั้งไฟต้มน้ำให้เดือด
2. นำกกที่จะย้อมมัดไว้เป็นกำ
3. เมื่อน้ำเดือดแล้วใส่สีที่ต้องการย้อมประมาณครึ่งช้อนชาต่อกก 2 กำมือ แล้วใช้พายกวนเพื่อให้สีกับ
    น้ำผสมให้เข้ากันดี
4. นำส่วนปลายของกกที่จะย้อมจุ่มลงไปในน้ำที่ผสมสีเพื่อที่ดูว่าความเข้มของสีได้ตามที่ต้องการแล้วหรือยัง
    ถ้าสีจางไปให้ เติมสีลงไปอีกเพื่อให้ได้สีตามต้องการ
5. เมื่อจุ่มปลายกกลงไปในปิ๊บที่มีสีผสมกับน้ำทุกกำแล้ว แก้มัดปลายกกออกแล้วมัดปลายอีกข้างที่ย้อม
    แล้วให้เรียบร้อย
6. ค่อยนำกกลงไปย้อมในปิ๊บทีละกำ ย้อมสีให้ทั่วแล้วแก้มัดที่ปลายกกออกแล้วมัดปลายอีกข้างให้เรียบร้อย
7. นำกกที่ย้อมสีแล้วไปตากแดดที่ราวไม้ให้แห้งสนิท

เมื่อจักเรียบร้อยแล้วก็มาถึงขั้นตอนในการตากแดดให้แห้งที่จะสามารถนำไปทอได้ 0
การตากกกในลักษณะต่าง ๆ กัน บางรายใช้กกตากเกลี่ยกระจายไปบนราวไม้ไผ่ในแนวนอน
หรือบางรายตากตามสถานที่ ๆ เป็นลานกว้าง หรือที่ ๆ มีความกว้างใหญ่พอที่จะเกลี่ยกกกับพื้น
ให้ถูกแดดได้อย่างทั่วถึง ควรเลือกสถานที่โล่งแจ้ง ไม่มีแสงแดดรำไรเพราะจะทำให้กกไม่ถูกแดด
อย่างทั่วถึง จะเกลี่ยกกให้กระจายทั่ว ๆ ให้ถูกแดดอย่างทั่วถึง ถ้าแดดแรง ตากประมาณ 4 – 5
วันก็ใช้ได้ ตากจนกกเปลี่ยนสีออกเหลือง แห้งสนิท เมื่อตากแดดแห้งดีแล้วก็นำมารวบไว้ตามขนาด
มัดเป็นกำ ๆ เก็บรวบรวมไว้ พร้อมที่จะนำไปย้อม

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s